HR Insight​

หาพนักงานอย่างไรให้ได้คนที่ใช่ ในยุคตลาดแรงงานแข่งขันสูง

February 23, 2026 - 7:00 AM

การ หาพนักงาน ในวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หลายองค์กรพบว่า แม้จะเปิดรับสมัครงานหลายช่องทาง แต่กระบวนการ สรรหาพนักงาน กลับใช้เวลานานขึ้น และได้ผู้สมัครที่ “ตรงคุณสมบัติบนกระดาษ” แต่ไม่ตอบโจทย์ในระยะยาว 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่
“จะหาพนักงานอย่างไรให้เร็ว?”
แต่คือ
“จะสรรหาพนักงานอย่างไรให้ได้คนที่ใช่ตั้งแต่ครั้งแรก?”

ทำไมการหาพนักงานจึงซับซ้อนขึ้น

1. ตลาดแรงงานขับเคลื่อนด้วยผู้สมัคร (Candidate-driven Market)
ในหลายสายงาน โดยเฉพาะ Tech, Sales, Engineering หรือระดับ Manager ขึ้นไป ผู้สมัครที่มีศักยภาพสูงมีตัวเลือกมากมาย
องค์กรจึงไม่ได้เป็นฝ่าย “เลือก” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องถูกเลือกด้วยเช่นกัน

2. ความคาดหวังของผู้สมัครเปลี่ยนไป
เงินเดือนไม่ใช่ปัจจัยเดียวอีกต่อไป ผู้สมัครให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมด้วย ไม่ว่าจะเป็น
โอกาสเติบโต
ความมั่นคงขององค์กร
วัฒนธรรมการทำงาน
ความยืดหยุ่นในการทำงาน
การสรรหาพนักงานจึงต้องสื่อสาร “คุณค่าขององค์กร” ให้ชัดเจน

3. ความเร็วคือความได้เปรียบ
กระบวนการที่ยืดเยื้อ อาจทำให้ผู้สมัครรับข้อเสนอจากองค์กรอื่นก่อน
Time to Hire ที่ยาวเกินไป ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขัน

ต้นทุนที่องค์กรอาจมองข้าม เมื่อการสรรหาพนักงานล่าช้า

ตำแหน่งที่ว่างอยู่ ไม่ได้หมายถึงแค่ “ยังหาคนไม่ได้” แต่กำลังสร้างต้นทุนทางธุรกิจมหาศาลให้กับองค์กร เช่น

  • ทีมงานรับภาระงานเพิ่ม ทำให้ประสิทธิภาพลดลง
  • ผู้บริหารใช้เวลาสัมภาษณ์แทนการขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางธุรกิจ
  • โครงการสำคัญล่าช้า เพราะขาดบุคคลากร
  • โอกาสทางรายได้ หรือโอกาสทางธุรกิจหายไป เนื่องจาก operation ต้องสะดุด 

ในบางกรณี ต้นทุนของการ “หาพนักงานช้าเกินไป” อาจสูงกว่าค่าบริการสรรหาพนักงานด้วยซ้ำ

4 หลักคิดสำคัญในการสรรหาพนักงานให้มีประสิทธิภาพ

  1. ชัดเจนใน Job Scope และความคาดหวัง
    การกำหนดหน้าที่และผลลัพธ์ที่ต้องการอย่างชัดเจน ช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการสรรหา และการคัดเลือก
  2. ประเมินทั้ง Skill และ Cultural Fit
    ผู้สมัครที่มีทักษะดี อาจไม่เหมาะกับวัฒนธรรมองค์กร 
    การสรรหาพนักงานที่ดีต้องมองทั้งความสามารถและความเข้ากันได้ของคุณค่า หรือความเชื่อ ระหว่างพนักงาน ทีมงาน และองค์กร 
  3. ใช้ข้อมูลตลาดแรงงานประกอบการตัดสินใจ
    การตั้งเงินเดือนหรือสวัสดิการที่ไม่สอดคล้องกับตลาด อาจทำให้การหาพนักงานยากขึ้น ควรหาข้อมูลอัตราเงินเดือน  หรือค่าตอบแทนเพื่อให้ตอบโจทย์ของผู้สมัครและสามารถแข่งขันเพื่อแย่งชิงทาเลนท์ให้มาสมัคร หรือเลือกทำงานกับองค์กรเราได้
  4. มีระบบคัดกรองที่มีโครงสร้าง
    การมีขั้นตอนสัมภาษณ์และเกณฑ์ประเมินที่ชัดเจน ช่วยลดความเสี่ยงในการเลือกคนผิด (Mis-hire) รวมทั้งมีระบบในการติดตามการสมัคร และการประเมินอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบ และตัดสินผลการคัดเลือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

เมื่อองค์กรต้องการความเร็วและความแม่นยำมากขึ้น

สำหรับหลายองค์กร โดยเฉพาะธุรกิจที่กำลังเติบโต การบริหารกระบวนการสรรหาพนักงานทั้งหมดด้วยทีมภายในเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอ ดังนั้น การทำงานร่วมกับ บริษัทจัดหางาน (Recruitment Agency) จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้องค์กรสามารถ

  • เข้าถึงฐานผู้สมัคร (Talent Pool) ที่กว้างขึ้น
  • ได้ผู้สมัครที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้นแล้ว
  • ลดเวลาที่ใช้ในการสรรหา (Time to Hire)
  • ลดความเสี่ยงในการจ้างงานผิดพลาด

โดยเฉพาะในตำแหน่งพนักงานประจำระดับ Specialist ถึง Executive ที่ต้องการทั้งทักษะเฉพาะทางและความเหมาะสมกับองค์กรในระยะยาว

หาพนักงานอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

การสรรหาพนักงานประจำ (Perm Recruitment) ไม่ใช่เพียงกระบวนการเติมเต็มตำแหน่งว่าง แต่คือการลงทุนในอนาคตขององค์กร เมื่อการหาพนักงานมีทั้งกลยุทธ์ ข้อมูลตลาด และกระบวนการคัดกรองที่เป็นระบบ องค์กรจะสามารถได้บุคลากรที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจได้จริง

หากคุณกำลังมองหาแนวทางในการหาพนักงานที่มีคุณภาพ หรือกำลังประเมินว่าควรใช้บริการบริษัทจัดหางานหรือไม่ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาพนักงาน อาจช่วยให้คุณเห็นภาพตลาดแรงงานและทางเลือกที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณมากขึ้น