ทำงานฝ่าอากาศร้อน: เคล็ดลับการรักษา Top Performance!
March 23, 2026 - 4:00 PM

ประเทศไทยและอากาศร้อนเป็นของคู่กัน โดยในปีนี้ คาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งขึ้นสูงถึง 43 องศาเซลเซียสในบางจังหวัดทางภาคเหนือ ตามการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา นอกจากนั้น ฤดูร้อนปี 2026 จะร้อนกว่าปีที่ผ่านมา และเริ่มตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์จนถึงกลางพฤษภาคม โดยมีช่วงพีคในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม [1]
ด้วยสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงเช่นนี้ ทำให้หลายองค์กร โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐเร่งออกมาตรการเพื่อช่วยให้ประชาชนและพนักงานยังสามารถ ทำงานฝ่าอากาศร้อนได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทำงานที่บ้าน (Work From Home) ทันที เพื่อลดการใช้พลังงาน และลดผลกระทบจากวิกฤตภูมิอากาศและคลื่นความร้อน รวมถึงตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในสำนักงานไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส และลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น เช่น การงดทริปดูงานต่างประเทศทั้งหมดในช่วงนี้ [2]
เมื่อสภาพอากาศไม่เป็นใจ สิ่งสำคัญคือการรู้จักปรับวิธีทำงานและดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง และนี่คือคู่มือที่คุณไม่ควรพลาด!
เคล็ดลับทำงานท็อปฟอร์มฝ่าอากาศร้อน
1. ใช้ประโยชน์จากมาตรการ Work From Home ให้เต็มที่
ด้วยนโยบายใหม่ของรัฐบาลที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงานที่บ้าน เพื่อลดผลกระทบจากอากาศร้อนและวิกฤตพลังงาน นี่เป็นโอกาสที่คุณจะได้ทำงานในพื้นที่ที่ควบคุมอุณหภูมิได้ แทนที่จะออกเดินทางกลางแดดจัด อีกทั้งยังได้เวลาพักผ่อนที่เพิ่มขึ้นจากตารางการทำงานที่ยืดหยุ่นขึ้นอีกด้วย
2. บริหารสภาพแวดล้อมการทำงานให้เย็นและปลอดภัย
หากจำเป็นต้องเข้าทำงานในออฟฟิศหรือทำงานกลางแจ้ง ให้จัดพื้นที่ทำงานให้เหมาะสม เช่น
- ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 26°C ตามคำแนะนำภาครัฐเพื่อประหยัดพลังงานแต่ยังคงความสบาย
- ใช้ม่านกันแดดหรือฟิล์มสะท้อนความร้อน
- หลีกเลี่ยงการทำงานกลางแจ้วในช่วงแดดแรงที่สุด ตั้งแต่ 11.00–15.00 น.
3. ดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าปกติ และเติมเกลือแร่ให้ร่างกายตื่นตัว
อากาศร้อนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำเร็วมาก และการดื่มเพียงน้ำเปล่าในบางครั้งก็อาจไม่พอ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางหรือทำงานกลางแดด
เทคนิคที่ช่วยได้:
- พกขวดน้ำติดตัวเสมอ
- ดื่มน้ำครั้งละน้อย แต่บ่อย ๆ
- เสริมเกลือแร่ในวันที่มีเหงื่อออกมาก
จำไว้ว่าการดูแลร่างกายให้ชุ่มชื้นคือกุญแจสำคัญในการทำงานฝ่าหน้าร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ปรับตารางงานและออกแบบ Workflow ใหม่
ในช่วงที่อุณหภูมิพุ่งสูงที่สุด ให้จัดตารางงานให้เหมาะกับการปรับตัวของร่างกาย เช่น
- ทำงานที่ต้องใช้สมาธิในช่วงเช้าหรือค่ำ
- จัดประชุมออนไลน์แทนการเดินทางไปยังออฟฟิศ
5. ใช้การพักสั้น ๆ (Micro-break) เพื่อรีเฟรชสมอง
ความร้อนทำให้ความสามารถในการโฟกัสงานลดลง ดังนั้น การหยุดพักสั้นๆ ประมาณ 3–5 นาทีในทุกๆ ชั่วโมงช่วยให้สมองรีเซตตัวเองและเพิ่ม Productivity ได้
หน้าร้อนแรง แต่เราแรงกว่า
แม้ฤดูร้อนปีนี้จะทวีความรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา แต่เราก็สามารถปรับตัวให้ทำงานในอากาศร้อนได้อย่างไม่สะดุดโดยแม้ว่าอุณหภูมิสูงจะเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่เราสามารถดูแลตัวเองพร้อมกับปรับจูนตารางการทำงานของเราเพื่อให้สามารถดำเนินงานต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพได้
ถ้าหากว่าเราเตรียมตัวอย่างดี ไม่ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหน ก็ไม่สามารถเผางานคุณภาพของเราไปได้แน่นอน ดังนั้น แทนที่จะทนร้อน เรามาวางแผนให้ร้อนก็สู้เราไม่ได้กันดีกว่า!
Ref: