วิธีบริหารลูกน้อง Gen Z สำหรับหัวหน้างาน
April 26, 2023 - 12:00 AM

ผลสำรวจโดย
EY
หนึ่งในสี่บริษัทตรวจสอบบัญชีที่ใหญ่ที่สุดในโลก
พบว่า
Gen Z
กว่า
77%
จากกลุ่มตัวอย่างประมาณ
1,400
คนบอกว่า
พวกเขาอยากมีหัวหน้างานเป็นคน
Gen Y
มากที่สุด เพราะคิดว่าน่าจะมีทัศนคติหลาย ๆ อย่างที่ใกล้เคียงกัน
แม้หัวหน้า Gen Y อาจจะมีแต้มต่อในตอนเริ่มมากกว่าหัวหน้า Gen อื่น ๆ แต่เมื่อได้เริ่มทำงานร่วมกันแล้ว generation ก็คงไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่า ‘ คุณและลูกน้องพยายามปรับตัวและทำความเข้าใจกันมากแค่ไหน ’ ดังนั้นมาลองดูตัวอย่างกันว่า คุณในฐานะหัวหน้าจะมีวิธีบริหารลูกน้อง Gen Z อย่างไรได้บ้าง เพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าที่เข้าใจลูกน้อง
1.
ให้ความสำคัญกับการให้และรับ
feedback
คนรุ่นนี้ชอบแสดงความคิดที่มีต่องานและอยากรู้ feedback ที่มีต่อตัวเองว่าทำงานได้ดีแค่ไหนจากมุมมองของผู้อื่น โดยเฉพาะ feedback ที่ได้รับเลย ไม่ต้องรอนาน ดังนั้นถ้าเป็นงานทั่วไป ไม่ใช่โปรเจกต์ใหญ่ การให้ feedback เป็นข้อความแสดงความรู้สึกสั้น ๆ แค่นั้นก็โอเคแล้ว การสอนงานคน Gen Z จึงไม่ควรเป็นแบบ one way communication แต่ต้องคอยรับฟังความคิดเห็น รับฟังปัญหา และให้คำแนะนำ การให้คำแนะนำแบบหนึ่งที่สามารถทำได้คือการเล่าประสบการณ์ตรงที่คุณเคยเจอพร้อมสิ่งได้เรียนรู้ นอกจากจะทำให้ลูกน้องเกิดความสนใจมากขึ้นแล้ว ยังทำให้ลูกน้องรู้สึกว่าคุณเปิดใจ และลูกน้องเองก็จะกล้าเล่าปัญหาต่าง ๆ ให้คุณฟังมากขึ้น
2. พูดคุยกันบ่อย ๆ
ผลสำรวจพบว่าคน
Gen Z
ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน ในหนึ่งวันพวกเขาอยากพูดคุยกับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานหลาย ๆ ครั้งมากกว่าแค่ตอนประชุม คุณจึงควรหาเวลาพูดคุยกับพวกเขาบ้าง จะเป็นการคุยเล่นหรือคุยจริงจังก็ได้ เปลี่ยนการวางตัวจากหัวหน้าที่ลูกน้องไม่กล้าคุยด้วยให้มีความเป็นกันเองมากขึ้น แล้วคุณอาจพบว่าความสัมพันธ์ที่ดีในทีมยังช่วยให้งานราบรื่นขึ้นได้อีกด้วย
3.
ให้
Gen Z
รับผิดชอบงานของตัวเอง
คนรุ่นนี้ชอบอิสระในการทำงาน ชอบความท้าทาย ไม่กลัวความล้มเหลว โดยผลสำรวจของ
EY
พบว่า
Gen Z
กว่า
80%
มองว่าความผิดพลาดจะช่วยสอนให้ตัวเองเก่งขึ้น ดังนั้นคุณสามารถสั่งงานโดยวางโจทย์ไว้คร่าว ๆ แล้วให้พวกเขาไปพัฒนาเป็นโปรเจกต์ที่ตัวเองอยากทำแล้วนำมาเสนอ แต่ข้อควรระวังคือต้องพิจารณาความสามารถของพวกเขาก่อนว่าพอไหวไหมเพราะไม่ใช่เด็กทุกคนที่สามารถรับผิดชอบโปรเจกต์ด้วยตัวเองได้
4. ให้ความสำคัญกับ work-life balance ของลูกน้อง
คน
Gen Z
ส่วนหนึ่งมองว่า
work-life balance
เป็นเรื่องสำคัญ
จึงต้องการมีหัวหน้าที่เข้าใจความต้องการเรื่องนี้ด้วย พวกเขาอยากให้หัวหน้าประเมินผลงานจากผลลัพธ์ที่ออกมามากกว่าชั่วโมงการทำงาน ซึ่งคุณสามารถให้ความสำคัญกับ
work-life balance
ของลูกน้องได้ เช่น แสดงออกให้ลูกน้องรู้ว่าสามารถบอกได้เมื่อ
workload
มากเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ผิดถ้าคุณจะสอนให้คนรุ่นนี้เข้าใจความสำคัญของการทำงานเกินเวลาในบางครั้งที่จำเป็น
5.
สร้างเป้าหมายร่วมกันในการทำงาน
การวางเป้าหมายของทีมเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยตอบโจทย์ความชอบการทำงานที่มีเป้าหมายของคน
Gen Z
การวางเป้าหมายของทีมยังช่วยให้ทุกคนในทีมไม่ว่าเป็น
gen
เกิดสามัคคีอยากช่วยเหลือกันเพื่อให้ประสบความสำเร็จไปด้วยกัน นอกจากนี้การเล่า
impact
ของงานที่กำลังทำให้
Gen Z
เข้าใจ ยังจะช่วยให้พวกเขารู้สึกมีแรงกระตุ้นมากขึ้นอีกด้วย
6.
อย่าหมดหวังในตัวเอง
การทำงานกับรุ่นใหม่ย่อมเป็นความท้าทายโดยเฉพาะกับคนที่เพิ่งรับตำแหน่งหัวหน้าได้ไม่นาน ดังนั้นหากมีข้อผิดพลาดใด ๆ ในการดูแลคนรุ่นนี้ อย่าเพิ่งท้อ ให้ถือว่าคุณเองก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากข้อผิดพลาดเช่นกัน
ลองนึกย้อนกลับไปตอนที่คุณทำงานแรก ๆ คุณน่าจะเคยคาดหวังให้หัวหน้าเป็นคนที่เข้าหาคุณก่อน ดังนั้นในตอนนี้ที่คุณเป็นหัวหน้าแล้ว อย่าลืมเป็นคนที่เปิดใจและพยายามเข้าหาลูกน้องก่อน การปรับตัวเข้าหากันคงต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง แต่เมื่อเข้าใจกันแล้ว คุณอาจจะพบว่าความแตกต่างระหว่างวัยนี่แหละที่ทำให้การทำงานมีสีสันมากยิ่งขึ้น
Credit:
https://www.inc.com/ryan-jenkins/the-2019-workplace-7-ways-generation-z-will-shape-it.html