8 คำถามที่ควรมีใน Employee Engagement Survey
January 25, 2023 - 12:00 AM

การรับรู้ความรู้สึกของพนักงานที่มีต่อบริษัทว่ามีความพึงพอใจและไม่พึงพอใจเรื่องใดบ้าง เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหากต้องพัฒนานโยบายการบริหารบุคคลให้ถูกทาง ซึ่ง Employee Engagement Survey เป็นวิธีหนึ่งที่ทำได้ง่ายและได้ผลดี มาดูกันว่าเป็นอย่างไร
เทคนิคการทำ
Employee Engagement Survey
1. เป็นแบบสอบถามที่ไม่ระบุตัวตน
เพื่อให้พนักงานรู้สึกสบายใจที่จะตอบ และทำให้เราได้คำตอบที่จริงใจที่สุด จึงไม่ควรมีช่องให้ระบุตัวตนในแบบสอบถาม ไม่ว่าจะเป็นชื่อ ตำแหน่ง หรือแผนกก็ตาม
2. 5 นาที 1 สัปดาห์ 1 ปี เป็นเวลาที่กำลังดี
ก่อนลงมือคิดแบบสอบถาม ให้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าพนักงานไม่ควรต้องใช้เวลาในการทำแบบสอบถามนานเกินไป เวลาที่เหมาะสมที่สุดคือไม่เกิน 5-7
นาที หรือประมาณ
7-15
คำถาม เพราะถ้ามากกว่านี้พนักงานบางคนอาจรู้สึกไม่สะดวกที่จะทำ หรืออาจทำให้คำถามข้อท้าย ๆ ได้คำตอบไม่ตรงจริงนักเพราะคนเริ่มเบื่อแล้ว การกำหนดเวลาให้ตอบแบบสอบถามประมาณ
1-2
สัปดาห์ ถือว่ากำลังดี ส่วนความถี่โดยปกติมักจะทำทุก
1
ปี แต่ก็สามารถเพิ่มความถี่เป็นทุก
1-2
ไตรมาสก็ได้ ขึ้นอยู่กับแผนพัฒนาบริษัทของคุณ
3. กำหนด range ความพึงพอใจให้กว้างมากพอ
การกำหนดความพึงพอใจแค่จาก 1
ถึง
5
อาจไม่ดีพอสำหรับ
Employee Engagement Survey
เนื่องจากพนักงานที่ยังอยู่กับบริษัทส่วนใหญ่ก็น่าจะพอใจมากกว่าไม่พอใจ คำตอบที่ได้จึงน่าจะเอนไปทางพอใจซะมากกว่าและมีตัวเลือกไม่มาก แค่
5 4
หรือ
3
ดังนั้นการใช้
range 7
หรือ
10
น่าจะทำให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดมากกว่า นอกจากนี้หากทุกข้อสามารถใช้
range
เท่ากันได้ก็จะง่ายต่อการเปรียบเทียบเปรียบเทียบ โดยใช้วิธีปรับคำอธิบายสูงสุดและต่ำสุดให้เข้ากับคำถาม เช่น ไม่เห็นด้วยเลย
-
เห็นด้วยมากที่สุด ไม่เคยเลย
-
บ่อยที่สุด น้อยที่สุด
-
มากที่สุด เป็นต้น
4. เพิ่มความน่าสนใจด้วย multiple choices
นอกเหนือไปจากคำถามแบบ scale
การใช้คำถามแบบปลายเปิดเพื่อให้ได้คำอธิบาย และ
multiple choices
ก็เป็นวิธีที่ดี เช่น หากบริษัทกำลังมีไอเดียจะพัฒนาสวัสดิการบางอย่างอยู่แล้วแต่ไม่แน่ใจว่าคนจะชอบแบบไหนมากที่สุด ก็ทำเป็นตัวเลือก และถามไปว่า
‘
คุณชื่นชอบสวัสดิการใดต่อไปนี้มากที่สุด
’
5. ถามให้ตรงจุด
หากคิดคำถามไม่ออก ให้ลองนึกถึงปัจจัยที่จะส่งผลต่อความพึงพอใจของพนักงานว่ามีเรื่องอะไรบ้าง แล้วนำมาเปลี่ยนเป็นคำถาม เช่น นโยบาย วัฒนธรรมองค์กร การเป็นส่วนหนึ่ง การได้รับการสนับสนุน โอกาสก้าวหน้า ผลตอบแทน รูปแบบการทำงาน เพื่อนร่วมงาน เป็นต้น
6. อย่าตั้งคำถามที่แก้ไม่ได้
การทำ survey
เหมือนเป็นการบอกเป็นนัยว่าบริษัทอยากรู้จุดบกพร่องต่าง ๆ เพื่อนำไปพัฒนา ดังนั้นอย่าตั้งคำถามที่คิดว่าจะแก้ไม่ได้หากได้คะแนนความพึงพอใจต่ำ เช่น คุณมีเพื่อนที่ดีในที่ทำงานใช่หรือไม่ คุณชอบหัวหน้าใช่หรือไม่ หัวหน้าห่วงใยคุณใช่หรือไม่
ตัวอย่างคำถามที่ควรมีใน
Employee Engagement Survey
1. คุณมีความสุขกับการทำงานแค่ไหน
เป็นคำถามพื้นฐานที่ตรงไปตรงมาที่สุดที่ทำให้เราได้รู้ว่าความสุขมวลรวมของบริษัทตอนนี้มากน้อยประมาณไหน ความสุขของพนักงานเป็นเรื่องสำคัญเพราะส่งผลต่อความ productive ในการทำงาน พนักงานที่ไม่มีความสุขอาจทำให้บรรยากาศการทำงานเสีย หรืออาจส่งต่อความรู้สึกแย่ ๆ หรือการให้บริการที่ไม่ดีไปสู่ลูกค้า และท้ายที่สุดก็ส่งผลต่อ turnover rate ขององค์กร ดังนั้นหากคะแนนข้อนี้ต่ำ ให้ดูคำตอบในคำถามที่เกี่ยวกับข้อเสนอแนะในข้อสุดท้ายว่าส่วนใหญ่ติดปัญหาเรื่องอะไร แล้วองค์กรจะช่วยแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไร
2. คุณรู้สึกมี work-life balance แค่ไหน
การเช็ค work-life balance สามารถบอกได้ถึง workload ว่าสมเหตุสมผลหรือเปล่า การสนับสนุนให้พนักงานมี work-life balance ช่วยลดความรู้สึก burn out จากการที่ไม่มีเวลาสำหรับพาร์ทอื่นในชีวิต ผลสำรวจหลายสำนักต่างพบว่าบริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ work-life balance เป็นบริษัทที่คนทำงานในยุคนี้มองหาและอยากอยู่ไปนาน ๆ
3. คุณมีโอกาสได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับบริษัทแค่ไหน
อย่างที่เราพูดมาเสมอว่าความก้าวหน้าเป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่ทำให้พนักงานอยากอยู่ในบริษัทต่อไป จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทราบ ว่าพนักงานแต่ละคนรู้สึกว่าพวกเข้าได้รับการพัฒนา และมี career path ที่ชัดเจนหรือไม่ หรือบริษัทขาดตกบกพร่องในด้านการฝึกอบรม หรือการพูดคุยเรื่องเป้าหมายในงานหรือไม่
4. คุณเข้าใจ missions / visions / core values ของบริษัทหรือไม่
โดยทั่วไปแล้ว พันธกิจ วิสัยทัศน์ และค่านิยมหลักขององค์กร อาจเป็นสิ่งที่พนักงานเข้าใจและให้ความสำคัญน้อยกว่ากฏระเบียบ แต่หากพนักงานเข้าใจเรื่องเหล่านี้และแสดงออกได้ถูกต้อง ก็น่าจะช่วยให้บริษัทเติบโตไปในเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้ดีขึ้น ดังนั้นหากข้อนี้ได้คะแนนไม่ดีนัก ก็ถึงเวลาที่องค์กรต้องหาวิธีสื่อสารเรื่องนี้ให้ดียิ่งขึ้น
5. เมื่องานของคุณประสบความสำเร็จ คุณได้รับการชื่นชมบ่อยแค่ไหน
เป็นคำถามสำคัญเพื่อเช็คว่าทีมผู้บริหารและหัวหน้างานใส่ใจพนักงานและลูกทีม (Employee Recognition) มากแค่ไหน ผลสำรวจโดย Deloitte พบว่า ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทจากการได้รับคำชื่นชมช่วยเพิ่มความอยากมีส่วนร่วมและประสิทธิภาพการทำงานขึ้น 14% และการชื่นชมยังช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอีกด้วย
6. ทีมของคุณสื่อสารและทำงานร่วมกันได้ดีหรือไม่
เป็นคำถามเพื่อดูว่า teamwork ในภาพรวมยังดีอยู่หรือไม่ ความเข้ากันได้ดีในการทำงานนอกจากจะช่วยเพิ่มความสุขในการทำงานแล้ว ยังส่งผลต่อความคล่องตัวในการทำงานและคุณภาพงานที่ดีขึ้นอีกด้วย
7. คุณอยากแนะนำบริษัทให้เพื่อนและครอบครัวรู้จักหรือไม่
อีกหนึ่งคำถามที่ทำให้เห็นว่าความน่าอยู่ของบริษัทโดยรวมเป็นอย่างไร ถ้าข้อนี้ได้คะแนนสูงหมายความว่าพนักงานรู้สึกพึงพอใจวิธีที่บริษัทดูแลพวกเขา พร้อมชื่นชมบริษัทให้ผู้อื่นฟัง และรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท
8. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมถึงสิ่งที่คุณอยากให้บริษัทเริ่มทำ ทำต่อไป และเลิกทำ
คำถามปลายเปิด เพื่อปิดท้ายแบบสอบถามโดยให้พนักงานได้ร่วมแสดงความคิดเห็นถึงสิ่งที่อยากให้บริษัท start continue และ stop สิ่งที่เราจะได้จากข้อนี้คือคำอธิบายเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับคะแนนในแต่ละข้อก่อนหน้า หรืออาจเป็นประเด็นอื่น ๆ ที่ไม่มีในแบบสอบถาม คำถามนี้จึงสำคัญเช่นกัน
ท้ายที่สุดแล้ว แบบสอบถามเหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่ขั้นตอนแรกของการพัฒนาบริษัท ซึ่ง HR
และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องทำงานร่วมกันต่อเพื่อนำผลสรุปมาคิดเป็นแผนพัฒนาบริษัท พร้อมสื่อสารให้พนักงานได้รู้ว่าบริษัทจะ
take action
อย่างไร เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาตอบไปได้รับการรับฟังและถูกนำไปปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาอย่างแท้จริง
อ้างอิง :
https://adecco.com.vn/en/knowledge-center/detail/employee-engagement-survey-questions
https://www.collage.co/magazine/mastering-employee-engagement-surveys-questions