7 วิธี ทำอย่างไรให้มีแรงใจไปต่อในวันที่ท้อ
April 28, 2022 - 12:00 AM
.jpg?h=430&iar=0&w=1000&hash=3729604CCA83239523830097E8965DE2)
เวลาที่เรามีเป้าหมาย ช่วงเวลาที่เราได้เริ่มต้นอาจเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด รู้สึกมีแรงบันดาลใจ อยากทำสิ่งต่างๆ มากมายที่จะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายนั้น แต่เมื่อเราอยู่บนเส้นทางนี้นานวันเข้าหลายครั้งก็อาจนึกท้อใจขึ้นมาเพราะยังไม่เห็นผลลัพธ์สักที หรือเจอกับอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามา จนทำให้เรารู้สึกว่าความพยายามที่ผ่านมาของเราแทบไม่มีค่า วันนี้ Adecco มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยฮีลใจให้คุณพร้อมสู้ต่อในวันที่ท้อ
1. นึกถึงวันแรก ว่าทำไมถึงเริ่มต้นทำสิ่งนี้
ยามที่รู้สึกท้อใจ ให้กลับไปทบทวนถึงตอนแรกที่เราได้เริ่มต้นเป้าหมายว่าเราทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร ความหวังของเราคืออะไร เพื่อดึงความรู้สึกนั้นกลับมาอีกครั้งและนำมาเป็นแรงผลักดันในการเดินหน้าต่อเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย
2. อย่าคาดหวังถึงผลลัพธ์เร็วเกินไป
การเดินตามเป้าหมายนั้น เปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ เมื่อเราได้เพาะเมล็ด รดน้ำ พรวนดินไป ก็ต้องใช้เวลากว่าจะออกดอกออกผล แม้จะยังมองไม่เห็นกิ่งก้านงอกเงยในเร็ววัน แต่รากต้นไม้ที่เรามองไม่เห็นก็ฝังรากลึกลงทุกวัน ดังนั้น ไม่มีความพยายามไหนที่สูญเปล่า เพียงแค่ยังไม่ถึงเวลาที่เราจะได้ชื่นชมความสำเร็จก็เท่านั้น การที่เราคาดหวังถึงผลลัพธ์เร็วเกินไปอาจทำให้รู้สึกท้อใจและยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าสิ่งที่คุณทำนั้นไม่ได้ผลสักที ทั้งที่จริงแล้วมันมีการมันเริ่มมีพัฒนาการอย่างช้าๆ เพียงแค่คุณยังมองไม่เห็นเท่านั้นเอง
3. เปลี่ยนบรรยากาศ ทดลองวิธีใหม่ๆ
บางครั้งคุณอาจจะไม่ได้ท้อแต่คุณแค่เบื่อ ลองหาวิธีใหม่ๆ ในการไปถึงเป้าหมายของคุณดู อย่างเช่น หากคุณมีเป้าหมายในการพัฒนาตัวเองก็อาจเปลี่ยนวิธีจากการเรียนในห้องเรียน เป็นการลองทำกิจกรรมอื่นๆ หรือหาเพื่อนเรียนไปด้วยกัน หากมีเป้าหมายในการลดน้ำหนักก็อาจจะเปลี่ยนวิธีออกกำลังกาย ลองค้นหาสูตรเมนูอาหารคลีนใหม่ๆ หรือหากคุณรู้สึกเบื่องาน ก็ลองหาโอกาสเสนอริเริ่มโครงการใหม่ๆ ที่เราสนใจ ลองคุยกับเพื่อนร่วมงาน ไปพิพิธพัณฑ์ ฟังพอดแคสต์ เพื่อหาไอเดียใหม่ๆ มาพัฒนางานของเราให้ดียิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความจำเจและทำให้ชีวิตมีสีสันขึ้นมาได้
4. จัดตารางชีวิตใหม่ให้สมดุล
บางทีคุณอาจไม่ได้ท้อแต่แค่เหนื่อย การทุ่มเทเพื่อให้ถึงเป้าหมายอาจทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยและกดดันเกินไป ลองหยุดพักสักครู่ แล้วจัดตารางชีวิตใหม่ให้สมดุลมากขึ้น เช่น คุณอาจแบ่งเวลาใหม่โดยซอยเป้าหมายให้เล็กลงและทำให้บ่อยขึ้นแทน แบ่งเวลาพักผ่อนให้เหมาะสม จัดสรรตารางชีวิตให้สมดุลขึ้น เมื่อคุณได้ความสมดุลกลับมา คุณก็จะสามารถลงมือทำได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวโดยไม่ส่งผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกาย
5. ให้กำลังใจตัวเอง
เมื่อเราเดินทางในเป้าหมายมาสักพักและเริ่มรู้สึกท้อ เราอาจต้องพักทบทวนบ้างว่าที่ผ่านมาเราได้ทำอะไรลงไปแล้วบ้าง แต่แทนที่จะโฟกัสว่าทำไมเรายังไม่ถึงเป้าหมายเพียงอย่างเดียว ในทางกลับกันเราควรมองที่พัฒนาการของเรา ชื่นชมและให้กำลังใจตัวเองกับความพยายามและความทุ่มเทที่ผ่านมาของเราด้วยว่าเราเก่งและอดทนแค่ไหนที่มาไกลถึงจุดนี้ได้ เพราะกำลังใจจากตัวเองคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการก้าวต่อไป
6. หยุดสงสัยตัวเอง
การเอาตัวเองเปรียบเทียบกับคนอื่นหรือเก็บเอาคำวิจารณ์ของคนอื่นมาคิดมากย่อมทำให้ท้อใจและสงสัยในความสามารถของตัวเองได้ง่ายๆ เมื่อไรที่เราไม่มั่นใจว่าตัวเองจะสำเร็จไหม เมื่อนั้นคือจุดเริ่มต้นของการยอมแพ้ให้กับตัวเอง มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพที่มีคุณค่าอยู่ในตัวเอง สามารถฝึกหัดและพัฒนาได้ในเกือบทุกเรื่อง ขอให้เชื่อมั่นว่าคุณทำได้และพยายามต่อไปก็จะสามารถทำสำเร็จในที่สุด
7. ให้รางวัลกับตัวเองบ้าง
ความพยายามของเรามีคุณค่าเสมอ การให้รางวัลตัวเองเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้เราเห็นค่าความพยายามของตัวเอง รู้สึกภูมิใจในตัวเอง และช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เรากระตือรือร้นสู่เป้าหมายมากขึ้น คำว่ารางวัลไม่จำเป็นต้องเป็นรอให้ใครมอบให้ แต่เราสามารถมอบให้ตัวเองได้เลยและไม่จำเป็นต้องรอให้ประสบความสำเร็จในขั้นตอนสุดท้าย เราสามารถที่จะฉลองให้กับความพยายามและสำเร็จในทุกๆ ก้าวที่เกิดขึ้นระหว่างทางได้เสมอ
ทุกก้าวเดินของคุณล้วนมีความสำคัญ แม้ในวันที่เจออุปสรรค ก็ถือว่าคุณได้เดินทางสู่เป้าหมายใกล้เข้าไปอีกก้าว