HR Insight​

Pride Month: รู้จักแนวคิดการแต่งกายแบบ Gender Neutrality เมื่อการแต่งกายมาทำงานไม่ควรถูกจำกัดด้วยเพศ

June 6, 2022 - 12:00 AM

AdeccoCCT_Gender-Neutral-Dress-Code_web-banner_03_finale

ถึงเวลาหรือยังที่เราจะปรับกฎการแต่งกายมาทำงานให้โอบรับความแตกต่างและหลากหลาย ? มารู้จักแนวคิดการแต่งกายแบบ Gender Neutrality ที่องค์กรสามารถพิจารณาปรับใช้เพื่อสนับสนุนความหลากหลายและเท่าเทียมทางเพศในองค์กรได้


Gender Neutrality คือแนวคิดที่ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างเพศ โดยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนโยบาย ภาษา หรือ บทบาททางสังคมอื่นๆ จะมีความเป็นกลางทางเพศโดยไม่มีการแบ่งแยกตาม เพศสรีระ (sex) หรือเพศสภาพ (gender) แนวคิดนี้ก็มีการนำมาปรับใช้กับกฎเกณฑ์เรื่องการแต่งกายเช่นเดียวกัน คือ gender neutral dress code และ gender neutral uniform เพื่อเคารพสิทธิการแต่งกายของแต่ละบุคคลและลดการแบ่งแยกระหว่างเพศ

  • gender neutral dress code: การไม่กำหนดกฏระเบียบข้อแต่งกายตามเพศ แต่เป็นการออกกฎระเบียบข้อแต่งกายสำหรับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม เช่น การออกกฎให้ใส่สูทเมื่อพบลูกค้า การห้ามใส่ขาสั้นหรือรองเท้าแตะมาทำงาน การห้ามพนักงานบนเครื่องบินใส่แว่นด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย เป็นต้น จะสังเกตว่ากฎเหล่านี้จะมีขึ้นเพื่อกำหนดระดับความสุภาพและเป็นทางการของการแต่งกายและเหตุผลด้านความปลอดภัยเท่านั้นโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศ
  • gender neutral uniform: การมีเครื่องแบบที่เป็นกลางสามารถใส่ได้ทุกเพศ โดยองค์กรอาจออกแบบเครื่องแบบเดียวที่สามารถใส่ได้ทุกเพศ หรือใช้วิธียกเลิกการระบุเพศให้เครื่องแบบแทน โดยอาจให้เครื่องแบบมีทั้งกระโปรงและกางเกงเหมือนเดิมแต่อนุญาตให้ผู้ชายสามารถเลือกใส่กระโปรงและผู้หญิงสามารถเลือกสวมกางเกงได้ตามรสนิยมหรืออัตลักษณ์ทางเพศของแต่ละคน

รู้หรือไม่ พรบ . ความเท่าเทียมระหว่างเพศ 2558 ได้คุ้มครองสิทธิ์ พนักงาน ในการแต่งกายตามเพศสภาพได้ หากไม่ขัดกับความปลอดภัย หลักศาสนา หรือความมั่นคงของประเทศ

มาตรา ๑๗ การ กําหนด นโยบาย กฎ ระเบียบ ประกาศ มาตรการ โครงการ หรือวิธีปฏิบัติ ของหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ระหว่างเพศจะ กระทํา มิได้

การ ดําเนินการ ตามวรรคหนึ่ง เพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพ ได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น หรือเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัย หรือการปฏิบัติตามหลักการทางศาสนา หรือเพื่อความมั่นคงของประเทศ ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ

การปรับระเบียบข้อแต่งกายให้โอบรับความหลากหลายและสนับสนุนให้พนักงานทุกเพศได้มีสิทธิ์ในการแต่งกายอย่างเท่าเทียมกันเป็นสิ่งที่องค์กรควรสนับสนุนเพื่อให้สอดคล้องกับพรบ.ความเท่าเทียมทางเพศและความก้าวหน้าด้านสิทธิมนุษยชนในสังคม

ปัจจุบันองค์กรทั้งในไทยและต่างประเทศก็เริ่มมาให้ความสำคัญในการปรับกฎการแต่งกายให้สอดคล้องกับนโยบาย diversity ของแต่ละองค์กรและกฎหมายเรื่องความเท่าเทียมมากขึ้น เพราะการเปิดโอกาสให้พนักงานได้แต่งกายตามอัตลักษณ์ของตนไม่ได้ส่งผลต่อความสามารถในการปฏิบัติงานแต่อย่างใด ในทางกลับกันยังมีผลดีในการทำให้พนักงานมั่นใจในบุคลิกภาพและไม่รู้สึกอึดอัดในการแต่งกายตามกฏระเบียบ และไม่ถูกเหมารวมว่าต้องมีบทบาททางเพศตามเครื่องแต่งกาย ซึ่งจะช่วยสร้างความสบายใจในการทำงาน รวมถึงเสริมสร้าง employee engagement และ employer branding ให้กับองค์กรได้อีกด้วย